collapse

ผู้เขียน หัวข้อ: เชิญพี่ๆสมาชิกร่วมทำบุญ 11-12 กรกฎาคม 2557 วันอาสาฬหบูชาและ วันเข้าพรรษา  (อ่าน 14243 ครั้ง)

ออฟไลน์ พงษ์

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,576
  • Total likes: 2198
  • คะแนนพิเศษ: +425/-1
วันอาสาฬหบูชา



วันอาสาฬหบูชา 2557 ตรงกับวันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน โดยวันอาสาฬหบูชา ซึ่งก็คือวันที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมเทศนา หรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้เป็นครั้งแรก 



          สำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน คงทราบกันดีกว่า ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี จะตรงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกหนึ่งวัน นั่นคือ "วันอาสาฬหบูชา" ซึ่งในปี 2557 นี้ วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม (ขึ้น 15 คํ่า เดือน 8) แต่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบความเป็นมาเกี่ยวกับวันอาสาฬหบูชาเท่าใดนัก ดังนั้นวันนี้เรามีประวัติวันอาสาฬหบูชามาฝากกันค่ะ

          ทั้งนี้ คำว่า "อาสาฬหบูชา" สามารถอ่านได้ 2 แบบ คือ อา-สาน-หะ-บู-ชา หรือ อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา ซึ่งจะประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ อาสาฬห ที่แปลว่า เดือน 8 ทางจันทรคติ กับคำว่า บูชา ที่แปลว่า การบูชา เมื่อนำมารวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน 8 หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน 8

          วันอาสาฬหบูชา คือวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน   โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จน พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี


          ทั้งนี้ พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 เรียกว่า "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม ซึ่งหลังจากปฐมเทศนา หรือเทศนากัณฑ์แรกที่พระองค์ทรงแสดงจบลง พระอัญญาโกณฑัญญะก็ได้ดวงตาเห็นธรรม สำเร็จเป็นพระโสดาบัน จึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าก็ได้ประทานอุปสมบทให้ด้วยวิธีที่เรียกว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" พระโกณฑัญญะจึงได้เป็น พระอริยสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา ต่อมา พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม และได้อุปสมบทตามลำดับ



          สำหรับใจความสำคัญของการปฐมเทศนา มีหลักธรรมสำคัญ 2 ประการ คือ


    1. มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลาง ๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายได้ มิใช่การดำเนินชีวิตที่เอียงสุด 2 อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด คือ

           การหมกมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่าเป็นการหลงเพลิดเพลินหมกมุ่นในกามสุข หรือกามสุขัลลิกานุโยค

           การสร้างความลำบากแก่ตน ดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย เช่น บำเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น ซึ่งการดำเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค

          ดังนั้น เพื่อละเว้นห่างจากการปฏิบัติทางสุดเหล่านี้ ต้องใช้ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา โดยมีหลักปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ 8 ประการ เรียกว่า อริยอัฏฐังคิกมัคค์ หรือ มรรคมีองค์ 8 ได้แก่
     
           1. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็นจริง

           2. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม

           3. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวคำสุจริต

           4. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ คือ ทำการที่สุจริต

           5. สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพที่สุจริต

           6. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบำเพ็ญดี

           7. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ทำการด้วยจิตสำนึกเสมอ ไม่เผลอพลาด

           8. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน

    2. อริยสัจ 4 แปลว่า ความจริงอันประเสริฐของอริยะ ซึ่งคือ บุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ได้แก่ 
   
           1. ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ บุคคลต้องกำหนดรู้ให้เท่าทันตามความเป็นจริงว่ามันคืออะไร ต้องยอมรับรู้ กล้าสู้หน้าปัญหา กล้าเผชิญความจริง ต้องเข้าใจในสภาวะโลกว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ไม่ยึดติด 
   
           2. สมุทัย ได้แก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์ หรือสาเหตุของปัญหา ตัวการสำคัญของทุกข์ คือ ตัณหาหรือเส้นเชือกแห่งความอยากซึ่งสัมพันธ์กับปัจจัยอื่นๆ 
   
           3. นิโรธ ได้แก่ ความดับทุกข์ เริ่มด้วยชีวิตที่อิสระ อยู่อย่างรู้เท่าทันโลกและชีวิต ดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปัญญา 

           4. มรรค ได้แก่ กระบวนวิธีแห่งการแก้ปัญหา อันได้แก่ มรรคมีองค์ 8 ประการดังกล่าวข้างต้น



กิจกรรมวันอาสาฬหบูชา


           พิธีกรรมโดยทั่วไปที่นิยมกระทำในวันนี้ คือ การทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา และสวดมนต์ ในตอนค่ำก็จะมีการเวียนเทียนที่เป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามของไทยเรา ดังนั้น พุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรเข้าวัด เพื่อน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย อีกทั้งยังเป็นการช่วยชะล้างจิตใจให้ปลอดโปร่งผ่องใส จะได้มีร่างกายและจิตใจที่พร้อมสำหรับการดำเนินชีวิตในยุคที่ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นอย่างนี้...


 {flower3} {flower3} {flower3}


วันเข้าพรรษา


วันเข้าพรรษาปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557

 ในเรื่องความเป็นมาของวันเข้าพรรษา ถ้าว่ากันตามประวัติย่อๆ คือ ในยุคต้นพุทธกาล ก็ยังไม่มีการเข้าพรรษา เพราะฉะนั้นตลอดทั้งปี เมื่อพระภิกษุมีความเห็นว่าท่านควรจะไปเทศน์ ไปสอนญาติโยมที่ไหนได้ ท่านพอมีเวลา ท่านก็จะไป หรือไม่ได้ไปเทศน์ไปสอนใคร ถ้าเห็นว่าที่ไหนมันเงียบ มันสงัดดี เหมาะในการที่จะไปบำเพ็ญภาวนา ทำสมาธิ(Meditation)ของท่าน ท่านก็จะไป ซึ่งแน่นอน ส่วนมากก็จะอยู่ในเขตที่เป็นป่าเป็นเขา ไกลๆออกไปจากตัวเมือง หรือว่าต้องผ่านไปในชนบทนั่นเอง
 
     จากการที่ท่านต้องไปอย่างนี้ เนื่องจากในฤดูฝนที่เขาทำไร่ทำนากันอยู่นั้น บางครั้ง ข้าวกล้าของเขาก็เพิ่งหว่านลงไปในนา มันเพิ่งงอกออกมาใหม่ๆ บางทีก็ดูเหมือนหญ้า พระภิกษุก็เดินผ่านไป นึกว่ามันเป็นดงหญ้า ก็เลยย่ำข้าวกล้าของเขาไป ซึ่งก็ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน เขาก็มาฟ้องพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าพระไปย่ำข้าวของเขาที่ปลูกเอาไว้ หว่านเอาไว้ นกกาฤดูฝนมันยังอยู่กับรังของมัน พระทำไมไม่รู้จักพักบ้าง /ประวัติวันเข้าพรรษา



วันเข้าพรรษาคือตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 8 จนถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 11
 
     เพื่อตัดปัญหานี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เลยทรงกำหนดให้พระภิกษุ เมื่อเข้าพรรษา หรือเมื่อเข้าฤดูฝน ให้พระอยู่กับที่ คือ ตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 8 จนกระทั่งขึ้น 15 ค่ำเดือน11 ให้อยู่เป็นที่เป็นทาง ไม่ไปทำภาวนาที่ไหน ไม่ไปเทศน์โปรดใคร ถ้าใครต้องการให้โปรด ก็มาที่วัดก็แล้วกัน มาหาท่าน ไม่ใช่ท่านไปหาเขา กำหนดเป็นอย่างนี้ไป เพื่อตัดปัญหาไม่ให้ใครมาบ่นลูกของพระองค์ได้
 
     แต่อีกมุมมองหนึ่ง พระองค์ทรงถือโอกาสที่เกิดเป็นปัญหานี้ ได้ทรงเปลี่ยนคำครหาให้กลายเป็นโอกาสดีของพระภิกษุว่า ถ้าอย่างนั้นพระภิกษุอยู่เป็นที่ในวัดวาอาราม เพื่อที่จะให้พระใหม่ได้รับการอบรมจากพระเก่าได้เต็มที่ เพราะว่าจริงๆ แล้ว ในการอบรมถ่ายทอดศีลธรรม ถ่ายทอดธรรมวินัยให้แก่กันและกันนั้น ถ้าทำอย่างต่อเนื่อง ทำเป็นที่เป็นทางต่อเนื่องกันทุกวันทุกวัน อย่างนี้จะเป็นการดี การศึกษาธรรมะอย่างต่อเนื่องมีผลดี
 
วันเข้าพรรษา



 พระภิกษุต้องอยู่วัดช่วงเข้าพรรษา
 
     เพราะฉะนั้น พระองค์ก็เลยทรงกำหนดขึ้นมาว่า ให้พระภิกษุอยู่กับที่ในช่วงเข้าพรรษาอยู่ในวัด แล้วพระใหม่ก็ศึกษาหรือรับการถ่ายทอดธรรมะจากพระเก่า ส่วนพระเก่าก็ทำหน้าที่เป็นครูบาอาจารย์ด้วย คือ สอนพระใหม่
 
    เท่านั้นยังไม่พอ พระเก่าก็วางแผน กำหนดแผนการเลยว่าเมื่อออกพรรษาแล้ว ควรจะเดินทางไปโปรดที่ไหน นั่นก็อย่างหนึ่ง อีกทั้งปรับปรุงหลักสูตรวิธีการเทศน์การสอน การอบรมให้เหมาะกับท้องถิ่น ให้เหมาะกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป เป็นต้น




กิจวัตรของพระภิกษุในฤดูเข้าพรรษา 


     ทีนี้กิจวัตรของพระภิกษุในฤดูเข้าพรรษา ว่าที่จริงก็ทำนองเดียวกันกับออกพรรษา เพียงแต่ว่าเมื่อไม่ได้ออกไปนอกพื้นที่ พระภิกษุจึงมีโอกาสดังต่อไปนี้
 
     ตัวท่านเองนั้น ก็มีโอกาสที่จะทำภาวนาของท่าน มีโอกาสที่จะปรับปรุงหลักสูตรของท่าน มีโอกาสที่จะค้นคว้าพระไตรปิฎกให้ยิ่งๆ ขึ้นไป อันนี้ก็เป็นเรื่องราวในปัจจุบันนี้ กิจวัตรในปัจจุบันของพระ เราก็ทำอย่างนี้



ยิ่งกว่านั้น ถ้าเราไปตามวัดต่างๆ ในขณะนี้ ในฤดูเข้าพรรษานี้ เนื่องจากเราก็นิยมบวชกัน จะบวชชั่วคราวแค่พรรษาก็ตาม หรือจะบวชระยะยาวก็ตาม ในเมื่อพอเข้าพรรษาแล้ว พระเก่าพระใหม่ต้องอยู่ที่เดียวกัน พระเก่าทำหน้าที่เป็นครูบาอาจารย์ ใครถนัดวิชาไหนก็มาสอนวิชานั้นให้แก่พระภิกษุใหม่ ใครถนัดพระวินัยก็สอนพระวินัย ใครถนัดสอนนักธรรมหรือธรรมะก็สอนธรรมะ ใครถนัดสอนพุทธประวัติก็สอนพุทธประวัติ เป็นต้น

วันเข้าพรรษา

     พูดง่ายๆ ฤดูเข้าพรรษาจึงกลายเป็นฤดูติวเข้ม หรือถ้าจะพูดกันอย่างในปัจจุบันก็บอกว่า ฤดูเข้าพรรษานี่แท้จริงก็เป็น Moral Camping ของพระภิกษุนั่นเอง กิจวัตรอื่นใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกไปโปรดญาติโยมก็พักเอาไว้ก่อน จึงเหลือแต่เรื่องของการศึกษาเป็นหลัก ค้นคว้าพระไตรปิฎกเป็นหลัก เนื่องจากมีเวลาที่จะค้นคว้า




การปฏิบัติตัวของชาวพุทธในช่วงเข้าพรรษา

 
    ในช่วงเข้าพรรษา พระเก่าพระใหม่ ท่านอยู่กันพร้อมหน้า เมื่ออยู่พร้อมหน้ากันอย่างนี้ ก็เป็นโชคดีของญาติโยม โชคดีอย่างไร โชคดีที่เนื้อนาบุญอยู่กันพร้อมหน้า ญาติโยมตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตาทวด ท่านไม่ปล่อยให้พระเข้าพรรษาเพียงลำพัง ญาติโยมก็พลอยเข้าพรรษาไปด้วยเหมือนกัน แต่ว่าเข้าพรรษาของญาติโยมนั้น เข้าพรรษาด้วยการอธิษฐานจิต
 
หลักธรรมในพระพุทธศาสนา มีแม่บทไว้ชัดอยู่ 3 ข้อ คือ
1.ละ ชั่ว
2.ทำดี
3.กลั่นใจให้ใส
 
 {flower3} {flower3}

      เมื่อพระอยู่จำพรรษา ท่านก็มีหน้าที่ของท่านว่า ละชั่ว คำ ว่า ละชั่วของพระนั้น ไม่ใช่ ชั่ว หยาบๆอย่าง ที่มนุษย์เป็นกัน แต่ว่าละชั่วของท่านในที่นี้หมายถึงละกิเลส ซึ่งแม้ในเรื่องนั้นโดยทางโลกแล้ว มองไม่ออกหรอกว่ามันเป็นความชั่ว ความไม่ดี เช่น มีจิตใจฟุ้งซ่าน ความจริงก็อยู่ในใจของท่าน คนอื่นมองไม่เห็น ถึงขนาดนั้น ท่านก็พยายามจะละความฟุ้งซ่านของท่านให้ได้ ด้วยการเจริญภาวนา หรือทำสมาธิให้ยิ่งๆขึ้นไป เป็นต้น ท่านก็ละกิเลสหรือละชั่วที่ละเอียดๆ ยิ่งๆ ขึ้นไป ให้สมกับภูมิแห่งความเป็นพระของท่าน



 ความสำคัญของวันเข้าพรรษา


    บางท่านยิ่งกว่านั้น ธรรมดาเคยถือศีลห้าเป็นปกติอยู่แล้ว พรรษานี้เลยถือศีลแปดทุกวันพระไปเลย แถมจากศีลห้ายกขึ้นไปเป็นศีลแปด จากวันเข้าพรรษาบางท่านเคยถือศีลแปดทุกวันพระ ถืออุโบสถศีลมาทุกวันพระแล้ว เมื่อพรรษาที่แล้ว พรรษานี้ถือศีลแปด ถืออุโบสถศีล ทั้งวันโกนวันพระ เพิ่มเป็นสัปดาห์ละสองวัน บางท่านเก่งกว่านั้นขึ้นไปอีก พรรษานี้จะรักษาศีลแปด รักษาอุโบสถศีล กันตลอดสามเดือนเลย
 
      ใครมีกุศลจิตศรัทธามากเพียงไหน ก็ทำให้ยิ่งๆขึ้นไปตามนั้น บางท่านยิ่งกว่านั้นขึ้นไปอีก ถึงกับอธิษฐานว่า พรรษานี้นอกจากถือศีลกันตลอด ถือศีลแปดกันตลอดพรรษาแล้วยังไม่พอ อธิษฐานที่จะทำสมาธิทุกวัน วันเข้าพรรษาทุกคืนก่อนนอนวันละหนึ่งชั่วโมง ใครที่ไม่เคยทำก็อธิษฐานจะทำสมาธิวันละหนึ่งชั่วโมง คืนละหนึ่งชั่วโมง บางท่านเพิ่มเป็นคืนละสองชั่วโมง สามชั่วโมง ก็ว่ากันไปตามกุศลศรัทธาอย่างนี้ นี่ก็เป็นสิ่งที่ปู่ย่าตาทวดของเราทำกันมา
 
วันเข้าพรรษา

     อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะฝากเกี่ยวกับวันเข้าพรรษาก็คือ เนื่องจากปัจจุบันนี้สังคมเปลี่ยนไป ญาติโยมประชาชนส่วนมากหยุดงานกันวันเสาร์ วันอาทิตย์ แต่พระนั้น แต่เดิมก็เทศน์กันวันโกนวันพระเป็นหลัก เมื่อเป็นอย่างนี้ จึงเหลือเพียงคนเฒ่าคนแก่เท่านั้น ที่ไปฟังเทศน์ในวันโกนวันพระ 
 
     แต่เข้าพรรษานี้ ขอฝากหลวงพ่อ หลวงพี่ ด้วยก็แล้วกัน ถ้าจะเพิ่มวันเทศน์วันสอนธรรมะให้กับประชาชนในวันเสาร์-วันอาทิตย์ ซึ่งญาติโยมเขาหยุดงานกันอีกสักวันสองวันก็จะเป็นการดี แล้วก็ญาติโยมด้วยนะ รู้ว่าพระเทศน์วันโกนวันพระ แล้วครั้งนี้เข้าพรรษา ท่านแถมวันเสาร์-วันอาทิตย์ให้ด้วย อย่าลืมไปฟังท่านเทศน์ด้วยนะ ถ้าขยันกันอย่างนี้ มีแต่บุญกุศลกันตลอดทั้งพรรษาเลย แล้วความเจริญรุ่งเรืองทั้งตัวเอง ทั้งพระพุทธศาสนา ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา ก็จะบังเกิดขึ้นตลอดปี ตลอดไป



 
ประเพณีการบวชช่วงเข้าพรรษา

 
     ความจริงแล้ว พระในพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะบวชในฤดูกาลไหน หรือจะบวชช่วงสั้น ช่วงยาวแค่ไหนก็ตาม มีวัตถุประสงค์ในการบวชเหมือนกัน คือ มุ่งที่จะกำจัดทุกข์ให้หมดไป แล้วก็ทำพระนิพพานให้แจ้ง หรือ พูดกันภาษาชาวบ้านว่า มุ่งกำจัดกิเลสเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพาน จะได้ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดกันอีก
 
     ทีนี้อย่างไรก็ตาม เมื่อบวชแล้ว ไม่ว่าบวชช่วงสั้นช่วงยาว ตั้งใจอย่างนี้ ทำตามวัตถุประสงค์ของการบวชอย่างนี้เต็มที่ ไม่ว่าบวชช่วงไหนก็ได้บุญเท่าๆ กันทั้งนั้น อันนี้โดยหลักการ
 
     แต่ว่าเอาจริงๆ เข้าแล้ว เนื่องจากเรานั้น ยังเป็นคนที่เข้ามาสู่ศาสนากันใหม่ๆ แล้วก็ยังต้องการสภาพที่เหมาะสมพิเศษๆ ในการที่จะศึกษาธรรมะ ในการที่จะขัดเกลาตัวเอง ตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น ถ้าได้บรรยากาศพิเศษๆขึ้นมา ก็จะช่วยให้การบรรลุวัตถุประสงค์ของการบวชนั้นง่ายขึ้นและดีขึ้น ปู่ย่าตาทวดของเราจึงได้เลือกแล้วว่า ฤดูเข้าพรรษาเป็นบรรยากาศพิเศษ เหมาะที่จะให้ลูกหลานของตัวเองจะเข้ามาบวช พิเศษอย่างไรในฤดูนี้

บวชช่วงเข้าพรรษาดีอย่างไร

 
    ประการที่ 1. ดินฟ้าอากาศเป็นใจ คือ ในฤดูร้อนของประเทศไทย เรารู้ๆ กันอยู่ว่า ถึงคราวร้อนก็ร้อนเหลือหลาย ร้อนจนกระทั่งแม้ในทางโลก เด็กนักเรียนก็ปิดเทอมกันภาคฤดูร้อน ฤดูร้อนเรียนกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง อากาศมันร้อนหนัก เพราะฉะนั้นโรงเรียนก็ปิดเรียน ในทางธรรมก็เช่นกัน ถ้าจะให้พระใหม่มาเรียนธรรมะในฤดูร้อนคงย่ำแย่
 
      ในฤดูหนาวก็เช่นกัน สมัยเราเป็นเด็ก ไปโรงเรียนกันในฤดูหนาว เป็นเด็กนักเรียนก็ไปนั่งผิงไฟกันด้วยซ้ำ ไปนั่งงอก่องอขิงกัน บรรยากาศในการเรียนมันหย่อนๆ ไปเหมือนกัน ร้อนไปก็ไม่ดี หนาวไปก็ไม่ดี ฤดูที่ไม่หนาวไม่ร้อนจนเกินไป เห็นมีอยู่ฤดูเดียวสำหรับประเทศไทย คือ ฤดูฝน หรือฤดูเข้าพรรษานั่นเอง เพราะฉะนั้นช่วงเข้าพรรษา ดินฟ้าอากาศมันพร้อม มันดีพร้อม มันเป็นใจ เหมาะแก่การศึกษาธรรมะ การค้นคว้าธรรมะ ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป



ประการที่ 2. ครูก็พร้อม เพราะว่าพระภิกษุที่เป็นครูบาอาจารย์ ท่านถูกพระวินัยกำหนดแล้วว่า ห้ามไปไหน ต้องพักค้างอยู่ในวัดตลอดพรรษา ดังนั้น ครูบาอาจารย์จึงพร้อมหน้าพร้อมตามากที่สุดในฤดูเข้าพรรษานี้ เพราะฉะนั้นถ้าใครมาเป็นลูกศิษย์ ก็จะได้พบหน้าพระที่เป็นครูบาอาจารย์ทุกองค์เลย โอกาสจะได้รับการถ่ายทอดธรรมะจึงเต็มที่มากกว่าฤดูอื่น
 
     ประการที่ 3. เราถือเป็นค่านิยมกันแล้วว่า พระใหม่ควรจะบวชในฤดูเข้าพรรษา เพราะฉะนั้น ต้องถือว่าฤดูนี้ ดินฟ้าอากาศเป็นใจ ครูบาอาจารย์ คือ พระเก่าก็พร้อม ลูกศิษย์ คือ พระใหม่ก็พร้อมหน้าพร้อมตากันมาบวชในฤดูนี้ เมื่อเป็นอย่างนี้ความคึกคักในการเรียนมันก็มี
 
     ยิ่งไปกว่านั้น ความพร้อมประการที่ 4. ในส่วนของญาติโยม เมื่อลูกหลานมาบวช ญาติโยมก็เกิดความคึกคักเหมือนกันที่จะมาฟังเทศน์ด้วย เพราะว่ามาด้วยความห่วงพระลูกพระหลานของตัวเอง อีกทั้งยังนำข้าวปลาอาหารมาทำบุญ มาเลี้ยงพระลูกพระหลาน แล้วก็เลยเลี้ยงกันไปทั้งวัดอีกด้วย
 
      ยังไม่พอมาเลี้ยงพระลูกพระหลานเสร็จแล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องไปกราบพระที่เป็นครูบาอาจารย์ เมื่อเป็นอย่างนี้ความคุ้นเคยระหว่างพระกับโยมในช่วงเข้าพรรษาก็มีมากขึ้น ญาติโยมจึงมีโอกาสจะได้ฟังเทศน์ฟังธรรมพร้อมๆกันไปด้วย พระลูกพระหลานก็เข้าห้องเรียนไปห้องหนึ่ง โยมพ่อโยมแม่ก็เข้าฟังเทศน์ในศาลาอีกศาลาหนึ่ง รวมทั้งข้าวปลาอาหารก็มีพร้อมมูลอย่างนี้ บรรยากาศแห่งความสมบูรณ์ในการประพฤติปฏิบัติธรรมมาพร้อมกันถึง 4 ประการอย่างนี้ ฤดูเข้าพรรษาจึงนับว่าเป็นฤดูที่เหมาะสมต่อการเข้ามาบวชอย่างยิ่ง
 
     จึงเป็นธรรมเนียมกันมาทุกวันนี้ว่า บวชตอนเข้าพรรษานั้นน่าบวชที่สุด เพราะว่ามีโอกาสได้บุญมากที่สุด ทั้งพระผู้บวช คือ ได้ศึกษาเต็มที่ มีโอกาสที่จะโปรดโยมพ่อโยมแม่มากที่สุด เพราะถึงแม้ตัวเองเป็นพระใหม่ยังเทศน์ไม่ได้ แต่พระอาจารย์ในวัดก็ช่วยเทศน์ให้ ทุกอย่างมันสมบูรณ์พูนสุขจริงๆ บวชเข้าพรรษาจึงมีทีท่าว่าได้บุญมากกว่าฤดูอื่น ด้วยประการฉะนี้

 {flower3} รับชมวิดีโอ ประวัติวันเข้าพรรษา {flower3}








 {flower1} {flower1}
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 28, 2014, 11:19:42 PM โดย admin »
อย่าหยุดสงสัย........?
จะได้อยากสู้เพื่อค้นหา

ออฟไลน์ siril

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 24,219
  • Total likes: 0
  • คะแนนพิเศษ: +26/-2
ยาวจัง ขออนุญาตไม่อ่านนะ
อยากทักทายเป็นภาษาต่างด้าว
อยากเว่าภาษาลาวว่าฮักเหลือหลาย
อยากบอกว่า ไอชิเตะ อิรุโยะ ไปจนตาย
แต่ว่าอายเกินไป เลยเก็บไว้คนเดียว

ออฟไลน์ korn1005

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,327
  • Total likes: 6
  • คะแนนพิเศษ: +1/-3
งดเหล้าด้วยนะครับ

ออฟไลน์ siril

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 24,219
  • Total likes: 0
  • คะแนนพิเศษ: +26/-2
งดเหล้าด้วยนะครับ

ไม่กินอยู่แล้ว
อยากทักทายเป็นภาษาต่างด้าว
อยากเว่าภาษาลาวว่าฮักเหลือหลาย
อยากบอกว่า ไอชิเตะ อิรุโยะ ไปจนตาย
แต่ว่าอายเกินไป เลยเก็บไว้คนเดียว

ออฟไลน์ korn1005

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,327
  • Total likes: 6
  • คะแนนพิเศษ: +1/-3

ออฟไลน์ siril

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 24,219
  • Total likes: 0
  • คะแนนพิเศษ: +26/-2
อยากทักทายเป็นภาษาต่างด้าว
อยากเว่าภาษาลาวว่าฮักเหลือหลาย
อยากบอกว่า ไอชิเตะ อิรุโยะ ไปจนตาย
แต่ว่าอายเกินไป เลยเก็บไว้คนเดียว

ออฟไลน์ korn1005

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,327
  • Total likes: 6
  • คะแนนพิเศษ: +1/-3

ออฟไลน์ kokusol

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 11,668
  • Total likes: 1
  • คะแนนพิเศษ: +31/-0

ออฟไลน์ siril

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 24,219
  • Total likes: 0
  • คะแนนพิเศษ: +26/-2
อยากทักทายเป็นภาษาต่างด้าว
อยากเว่าภาษาลาวว่าฮักเหลือหลาย
อยากบอกว่า ไอชิเตะ อิรุโยะ ไปจนตาย
แต่ว่าอายเกินไป เลยเก็บไว้คนเดียว

ออฟไลน์ korn1005

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,327
  • Total likes: 6
  • คะแนนพิเศษ: +1/-3
งดบุหรี่ด้วยนะ

ออฟไลน์ khun_jan

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,649
  • Total likes: 0
  • คะแนนพิเศษ: +130/-0
สาธุ

ขอร่วม "สาธุ" กับคุณโก๊ะและพงษ์ครับ
For long and windy road ...

ออฟไลน์ korn1005

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,327
  • Total likes: 6
  • คะแนนพิเศษ: +1/-3
ร่วมสาธุด้วยคนครับ

ออฟไลน์ พงษ์

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,576
  • Total likes: 2198
  • คะแนนพิเศษ: +425/-1
สวัสดีครับ สมาชิกทุกคน

พรุ่งนี้ ผมขอตัว ลาพี่ๆ ทุกคนกลับบ้านต่างจังหวัด ตั้งแต่วันที่10-13 กค. ในช่วงเข้าพรรษา

ขอบกลับไปไหว้พ่อ กับ แม่ ทำบุญที่บ้านเกิด  และ ที่สำคัญ องค์พระใหญ่ที่ผมเคยไปสร้างถวายไว้ที่วัด ว่าจะทำความสะอาด ล้างบ่อ ปลา และ สร้างน้ำตก ให้ปลาที่หลวงพ่อ ที่บ้านเลี้ยงไว้ด้วยครับ


 {flower2} {flower2}

แล้วช่วงเข้าพรรษา พี่ๆสมาชิก ไปเที่ยว ไปทำบุญที่ไหนกันบ้างครับ

อย่าลืม มาเล่าสู่กันฟันหน่อย น้าาาาาาาาาาาาาาาาาา

ขอลาพี่ๆ สัก 3-4 วันนะครับ  ฝากบ้านด้วยน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

เดียวผมเอาบุญมาฝากทุกๆเลยครับ 

อิๆๆๆ


มีความสุข มากๆ ทั้งกายใจ นะครับ 

 (/pong1) (/pong2)

อย่าหยุดสงสัย........?
จะได้อยากสู้เพื่อค้นหา

ออฟไลน์ siril

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 24,219
  • Total likes: 0
  • คะแนนพิเศษ: +26/-2
กลับบ้านแล้วหรือ ก็ขอให้เดินทางปลอดภัย ทำบุญเต็มที่นะ
อยากทักทายเป็นภาษาต่างด้าว
อยากเว่าภาษาลาวว่าฮักเหลือหลาย
อยากบอกว่า ไอชิเตะ อิรุโยะ ไปจนตาย
แต่ว่าอายเกินไป เลยเก็บไว้คนเดียว

ออฟไลน์ korn1005

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,327
  • Total likes: 6
  • คะแนนพิเศษ: +1/-3
เดินทางปลอดภัยนะครับ

ออฟไลน์ gaga

  • EXTRA PREMIUM MEMBER
  • *
  • กระทู้: 675
  • Total likes: 125
  • คะแนนพิเศษ: +5/-0
ขอให้น้องพงษ์ เดินทางปลอดภัยนะเจ้าค่ะ.
ส่วนต้วน้องสาวคนสวยคนนี้ จะคอยพี่อยู่ บางกอก
งดเปรียว งดเหล้า แต่ยังงดนวดไม่ได้ เจ้าค่ะ
เอาบุญมาฝาก สมาชิกทางบ้านขอฃเราให้ทั่วถึงนะเจ้าคร่าาา

ออฟไลน์ korn1005

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,327
  • Total likes: 6
  • คะแนนพิเศษ: +1/-3
ขอให้น้องพงษ์ เดินทางปลอดภัยนะเจ้าค่ะ.
ส่วนต้วน้องสาวคนสวยคนนี้ จะคอยพี่อยู่ บางกอก
งดเปรียว งดเหล้า แต่ยังงดนวดไม่ได้ เจ้าค่ะ
เอาบุญมาฝาก สมาชิกทางบ้านขอฃเราให้ทั่วถึงนะเจ้าคร่าาา

เช่นกันครับ

ออฟไลน์ katoon

  • FOUNDER MEMBER
  • *
  • กระทู้: 2,944
  • Total likes: 4
  • คะแนนพิเศษ: +20/-1
สวัสดีครับ สมาชิกทุกคน

พรุ่งนี้ ผมขอตัว ลาพี่ๆ ทุกคนกลับบ้านต่างจังหวัด ตั้งแต่วันที่10-13 กค. ในช่วงเข้าพรรษา

ขอบกลับไปไหว้พ่อ กับ แม่ ทำบุญที่บ้านเกิด  และ ที่สำคัญ องค์พระใหญ่ที่ผมเคยไปสร้างถวายไว้ที่วัด ว่าจะทำความสะอาด ล้างบ่อ ปลา และ สร้างน้ำตก ให้ปลาที่หลวงพ่อ ที่บ้านเลี้ยงไว้ด้วยครับ


 {flower2} {flower2}

แล้วช่วงเข้าพรรษา พี่ๆสมาชิก ไปเที่ยว ไปทำบุญที่ไหนกันบ้างครับ

อย่าลืม มาเล่าสู่กันฟันหน่อย น้าาาาาาาาาาาาาาาาาา

ขอลาพี่ๆ สัก 3-4 วันนะครับ  ฝากบ้านด้วยน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

เดียวผมเอาบุญมาฝากทุกๆเลยครับ 

อิๆๆๆ


มีความสุข มากๆ ทั้งกายใจ นะครับ 

 (/pong1) (/pong2)


ฝากทำบุญด้วยนะพงษ์

ออฟไลน์ korn1005

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,327
  • Total likes: 6
  • คะแนนพิเศษ: +1/-3
ทุกคนอย่าลืมไปทำบุญนะครับ

ออฟไลน์ tear

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 13,066
  • Total likes: 19
  • คะแนนพิเศษ: +84/-4
วันนี้ไปถวายเทียนพรรษามาละครับ ^^

ออฟไลน์ korn1005

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,327
  • Total likes: 6
  • คะแนนพิเศษ: +1/-3
วันนี้ไปถวายเทียนพรรษามาละครับ ^^
อนุโมทนาบุญด้วยครับ

ออฟไลน์ Mike01

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 6,732
  • Total likes: 13
  • คะแนนพิเศษ: +8/-1
สาธุ ขออนุโมทนาด้วย เย็นนี้ไปเวียนเทียนกันที่วัดใกล้บ้านกันนะครับ

ออฟไลน์ siril

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 24,219
  • Total likes: 0
  • คะแนนพิเศษ: +26/-2
ใจบุญจัง ฝากทำบุญด้วยนะ
อยากทักทายเป็นภาษาต่างด้าว
อยากเว่าภาษาลาวว่าฮักเหลือหลาย
อยากบอกว่า ไอชิเตะ อิรุโยะ ไปจนตาย
แต่ว่าอายเกินไป เลยเก็บไว้คนเดียว

ออฟไลน์ korn1005

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,327
  • Total likes: 6
  • คะแนนพิเศษ: +1/-3
สาธุ ขออนุโมทนาด้วย เย็นนี้ไปเวียนเทียนกันที่วัดใกล้บ้านกันนะครับ
สาธุครับไมค์

ออฟไลน์ korn1005

  • PREVILEGE MEMBER
  • *
  • กระทู้: 5,327
  • Total likes: 6
  • คะแนนพิเศษ: +1/-3
สาธุ ขออนุโมทนาด้วย เย็นนี้ไปเวียนเทียนกันที่วัดใกล้บ้านกันนะครับ
พี่ริ้วไปทำบุญที่ไหนมาครับ

 

* Calendar

ตุลาคม 2020
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 [21] 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31